พัฒนาการของงานพิมพ์

พัฒนาการของงานพิมพ์

งานพิมพ์เป็นอีกทางหนึ่งของการสื่อสารหรือการส่งสารระหว่างบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลหนึ่ง ซึ่งงานพิมพ์นี้ผ่านพัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่สมัยโบราณ โดยคำว่าความหมายของการพิมพ์ คือ การผลิตข้อความและภาพโดยใช้ตัวพิมพ์ แม่พิมพ์ หรือ แบบพิมพ์ ซึ่งถูกทาหรือฉาบด้วยหมึกแล้วกดทับลงบนวัสดุที่ต้องการพิมพ์ เช่นกระดาษ ผ้า และ ตามความหมายในพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 คือ การทำให้เป็นตัวหนังสือหรือรูปรอยอย่างใด ๆ โดยการกด หรือ การใช้พิมพ์หิน เครื่องกล วิธีเคมี หรือวิธีอื่นใดให้เกิดเป็นสื่อพิมพ์ขึ้นหลายสำเนา

วิวัฒนาการของการพิมพ์ เริ่มมาจากประมาณปี ค.ศ. 170 ซึ่งชาวจีนได้เริ่มมีการคัดลอกตำราและรูปโดยแกะสลักตัวอักษรและรูปบนแผ่นหินให้ส่วนที่เป็นตัวอักษรหรือลายเส้นนูนขึ้น หลังจากนั้นนำเอากระดาษมาทาบแล้วใช้ถ่านมาถูจนเกิดภาพตัวอักษรบนกระดาษ และต่อมาในประมาณปี ค.ศ. 400 ชาวจีนได้คิดค้นทำหมึกได้สำเร็จ จึงมีการนำเอาก้อนไม้หรือก้อนหินมาแกะทำเป็นแม่พิมพ์ ใช้จุ่มหมึกแล้วประทับบนกระดาษและวัสดุอื่น ๆ  หลังจากนั้นจึงมีการค้นคิดตัวพิมพ์อักษรใช้กันเรื่อยมา

ในปี ค.ศ. 1455 นายโยฮัน กูเตนเบิร์ก ได้ประดิษฐ์ตัวพิมพ์โลหะผสมได้สำเร็จรวมไปถึงเครื่องพิมพ์ หมึกพิมพ์ กระดาษที่ใช้พิมพ์ และกรรมวิธีในการพิมพ์อื่นๆ และเผยแพร่สู่ประเทศอเมริกา ที่นั่นเองที่มีการคิดค้นเครื่องเรียงตัวอักษร ซึ่งใช้ความร้อนหล่อตัวพิมพ์ เครื่องเรียงไลโนไทป์ ซึ่งจะทำการเรียงตัวอักษรทีละบรรทัด และเครื่องเรียงโมโนไทป์ ซึ่งเป็นเครื่องที่เรียงออกมาเป็นตัวต่อกันเป็นบรรทัด นิยมใช้ในงานทำแม่พิมพ์หนังสือ ใน ค.ศ. 1898 จึงมีตัวพิมพ์แบบเย็นขึ้นทำให้การทำแม่พิมพ์สะดวกขึ้น และมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ จนมีการคิดค้นประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ที่ป้อนกระดาษแบบเป็นม้วนได้สำเร็จ ซึ่งเหมาะสำหรับการพิมพ์งานที่มีปริมาณสูง ต้องการความรวดเร็ว เป็นรากฐานของโรงพิมพ์และการพิมพ์ในปัจจุบัน

ในที่สุดนายชาลส์ เนลสัน โจนส์ ได้ประดิษฐ์เครื่องพิมพ์สกรีนขึ้นสำเร็จ ทำให้การพิมพ์สกรีนผลิตงานรวดเร็วขึ้น มีการใช้อย่างกว้างขวางเนื่องจากต้นทุนต่ำและทำงานง่าย ซึ่งนำไปสู่การพิมพ์แบบดิจิตอล โดยใช้งานกับคอมพิวเตอร์ในในปัจจุบัน รวมไปถึงได้มีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องพริ้นเตอร์โดยใช้หลักการพิมพ์แบบต่างๆรวมไว้ในเครื่องเดียว ซึ่งมีทั้งขนาดที่ใช้ในสำนักงานและโรงพิมพ์ เช่น

  • การพิมพ์แบบถ่ายโอนความร้อน ซึ่งใช้ความร้อนทำให้หมึกพิมพ์หลุดไปเกาะติดกับวัสดุใช้พิมพ์จนเกิดเป็นภาพ
  • การพิมพ์แบบพ่นหมึก ซึ่งใช้หลักการพ่นหยดหมึกเล็กๆสร้างเป็นภาพบนวัสดุ
  • การพิมพ์แบบไฟฟ้าสถิตย์ ซึ่งใช้การสร้างภาพด้วยประจุไฟฟ้า เรียกอีกอย่างว่า เครื่องพิมพ์เลเซอร์

© 2019 A MarketPress.com Theme