E-commerce

ปัจจุบันคงจะไม่มีใครบอกว่าไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยว E-commerceมาเลยบางท่านที่เคยได้ยินแต่ไม่สนใจถือว่าเป็นเรื่องไกลตัว อันที่จริง ท่านผู้รู้ได้กล่าวว่าในอนาคต E-commerceจะเข้ามาพลิกโฉมทางการค้าและเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของเรา และ ห้างสรรพสินค้าอาจจะไม่มีความจำเป็นแล้วเพราะต้องเสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการการเดินทางแต่จะหันมาใช้ห้างสรรพสินค้า อีคอมเมิส ซึ่งกำลังเป็นที่ตื่นตัวกันอย่างมากในอเมริกา ดังนั้น เมื่อ E-commerceมีบทบาทมากขนาดนี้เราจะมองข้ามเสียไม่ได้

หุ้นส่วนชนิดจำกัดความรับผิดชอบ

คือหุ้นส่วนจะเป็นคนเดียว หรือหลายคนก็ได้ที่จำกัดความรับผิดชอบในหนี้สินนของธุรกิจ ไม่เกินจำนวนเงินที่ตนตกลงนำมาลงทุน นอกเหนือจากนี้จะไม่รับผิดชอบ การลงทุนต้องลงด้วยเงินสดหรือทรัพย์สิน จะลงด้วยเเรงงานในการประกอบกิจการไม่ได้หุ้นส่วนประเภทนี้ไม่มีสิทธิ์เข้าจัดการห้างหุ้นส่วน เเต่มีสิทธิ์เพียงออกความคิดเห็น การตั้งชื่อห้างหุ้นส่วน กฏหมายห้ามไม่ให้ใช้ชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนชนิดจำกัดความรับผิดชอบมาตั้งเป็นชื่อห้างหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดชอบตาย

องค์การการค้าโลก

องค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) ตั้งขึ้นเป็นทางการเมื่อ 1 มกราคม 2538 โดยยกฐานะมาจาก GATT (General Agreement on Tariff and Trade) ซึ่งเป็นเพียงสัญญาทางการค้า ข้อตกลงทั่วไปว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีศุลกากร และการค้าระหว่างประเทศที่ตั้งขึ้นเมื่อปี 2490 ปัจจุบัน WTO มีสมาชิก 136 ประเทศ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเทศไทยเป็นสมาชิกอันดับที่ 59 เมื่อปี 2525

WTO มีหลักการดำเนินการค้าระหว่างประเทศ ดังนี้

  1. กำหนดให้ใช้มาตรการการค้าระหว่างประเทศโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  2. การกำหนดและบังคับให้มาตรการการค้าจะต้องมีความโปร่งใส
  3. คุ้มครองผู้ผลิตภายในประเทศด้วยภาษีศุลกากรเท่านั้น
  4. ร่วมกันทำให้การค้าระหว่างประเทศมีเสถียรภาพและความมั่นคง โดยสมาชิกต้องไม่เพิ่ม

ภาษีศุลกากรเกินกว่าอัตราที่ผูกพักไว้

  1. ส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม เช่น ประเทศสมาชิกสามารถเก็บภาษีตอบโต้

การทุ่มเทตลาดและการอุดหนุนสินค้าเข้าได้

  1. มีสิทธิ์ใช้ข้อยกเว้นในกรณีฉุกเฉินและจำเป็น เช่น ประเทศสมาชิกสามารถใช้มาตรการ

คุ้มกันชั่วคราวในกรณีที่มีการนำเข้ามากผิดปกติ

  1. ให้มีการรวมกลุ่มทางการค้าเพื่อลดภาษีระหว่างกันได้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการค้า

แต่การรวมกลุ่มต้องไม่กีดกันการนำเข้าจากประเทศนอกกลุ่ม

  1. มีกระบวนการยุติข้อพิพาทการค้าคู่กรณี
  2. ให้มีสิทธิพิเศษแก่ประเทศกำลังพัฒนาในการปฏิบัติตามพันธกรณี โดยผ่อนผันให้ประเทศ

กำลังจะพัฒนาจำกัดการนำเข้า หากมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และรักษาเสถียรภาพ

ดุลการชำระเงิน

การส่งเสริมการขายสินค้า

โดยทั่วไปการส่งเสริมการขายสินค้าจะทำใน 2 ลักษณะ คือ การส่งเสริมผู้บริโภคสินค้าโดยตรง และการส่งเสริมในระดับพนักงานขาย

การส่งเสริมผู้บริโภคโดยตรง ทำขึ้นเพื่อให้เพิ่มปริมาณการซื้อต่อครั้งต่อการบริโภคให้เพิ่มขึ้น ได้แก่ การให้ของแถมบนกล่อง

            ส่วนการส่งเสริมการขายของระดับพนักงาน จะทำโดยให้ส่วนลด – เพิ่มตามจำนวนสินค้าแจกแถมไปทดลองกับลูกค้า การแสดงงานนิทรรศการออกร้าน การเลื่อนตำแหน่ง การดูงาน และการจูงใจ ในรูปแบบการแข่งขัน กำหนดยอดขาย มีของขวัญพิเศษ เป็นต้น

ส่วนร้านค้าปลีกแบบซุปเปอร์มาร์เก็ต

ที่เป็นของชาวต่างประเทศมาลงทุน  มีหวังเจริญเติบโตมากขึ้น  ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างรุนแรง  ร้านค้าปลีกของชำมีความเดือดร้อนหนักเพราะคนจะนิยมเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตมากกว่า  เพราะสะดวกสบายมีสินค้าให้เลือกมากชนิด  ราคาถูก  เนื่องจากลดต้นทุนด้วยการให้ลูกค้าช่วยตนเองมากที่สุด  สามารถเลือกหยิบของที่ต้องการเพียงแค่ทางร้านบริการรถเข็น  เมื่อได้ของคนก็เข็นไปจ่ายเงินที่เคาร์เตอร์  พนักงานก็ใส่ถุงให้  ลูกค้าก็เข็นรถออก  เมื่อสามารถลดบริการได้ก็ย่อมตั้งราคาได้ต่ำ  ลูกค้าก็พอใจ โรงพิมพ์

สีและการโฆษณา

สีและการโฆษณา

การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ในปัจจุบันเข้ามามีบทบาทต่อการทำธุรกิจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อสิ่งพิมพ์ การประชาสัมพันธ์ทางสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในกลุ่มคนทำงานและวัยรุ่นที่มีการใช้โซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อโฆษณาที่คนจดจำได้มากที่สุดรองจากโฆษณาโทรทัศน์ก็คงเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆซึ่งสามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่าย ดังนั้นจึงมักจะพบเห็นองค์กรหรือร้านค้าบริการต่างๆที่ใช้สื่อสิ่งพิมพ์อย่างใบปลิวหรือแผ่นพับในการโปรโมทสินค้าและบริการของตัวเอง

อีกเหตุผลหนึ่งที่องค์กรหรือร้านค้าบริการต่างๆใช้สื่อสิ่งพิมพ์อย่างใบปลิวหรือแผ่นพับในการโปรโมทสินค้าและบริการของตัวเอง นั่นก็เพราะ นี่เป็นการโฆษณาที่มีต้นทุนต่ำและสามารถเลือกได้ว่าต้องการกลุ่มลูกค้าแบบไหนในการรับสาร สื่อสิ่งพิมพ์ที่ถูกนำมาใช้มักจะเป็นเอกสารขาว-ดำมากกว่าเอกสารสีเพราะเรื่องของต้นทุน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทโปสเตอร์ เอกสารแจกฟรี หรือหนังสือcatalog ต่างๆด้วย

แต่เรื่องของการใช้สีและการลงทุนเป็นเรื่องที่ควรจะพิจารณาถึงผลได้ผลเสียให้ดี แน่นอนอยู่แล้วว่าเอกสารที่มีสีย่อมสามารถดึงดูดความสนใจของผู้พบเห็นได้มากกว่าแบบที่เป็นสีขาวดำหรือแบบที่ถ่ายเอกสารมา ซึ่งนั่นก็ส่งผลไปถึงลักษณะและรูปแบบของเอกสารด้วย โดยเอกสารสีจะสามารถใส่ลูกเล่นหรือเพิ่มความน่านใจของเนื้อหาได้โดยการใช้สี แต่เอกสารสีขาวดำไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาวิจัย เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการรับรู้ของมนุษย์ที่มีต่อสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีสีสันและสีขาวดำ ให้ผลที่สัมพันธ์กับข้อมูลที่ได้กล่าวไปคือ

58% ของคนที่ศึกษาจะหยิบสิ่งพิมพ์ที่มีสีสันขึ้นมาดูก่อนสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีสีขาวดำ , 85% ของคนที่ศึกษาจะสามารถจดจำข้อมูลต่างๆจากการอ่านข้อมูลของสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีสีสันได้ดีกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นขาวดำ และ 87% ของคนที่ศึกษามีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าจากโฆษณาที่มีสีสันมากกว่าโฆษณาที่เป็นขาวดำ

จากข้อมูลเหล่านี้เองทำให้เราสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมการใช้สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการในปัจจุบันจึงมีการออกแบบและเลือกใช้สีอย่างพิถีพิถันมากขึ้น นั่นก็เพราะเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับแล้วการลงทุนตั้งแต่ค่าการออกแบบ การติดต่อและเลือกโรงพิมพ์ ค่าพิมพ์เอกสาร ค่าแจกจ่ายสิ่งพิมพ์ไปยังลูกค้า แล้วผลประโยชน์ที่จะได้รับมีมากกว่าทั้งแง่ของธุรกิจและภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร แบรนด์ สินค้าและบริการ

พัฒนาการของงานพิมพ์

พัฒนาการของงานพิมพ์

งานพิมพ์เป็นอีกทางหนึ่งของการสื่อสารหรือการส่งสารระหว่างบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลหนึ่ง ซึ่งงานพิมพ์นี้ผ่านพัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่สมัยโบราณ โดยคำว่าความหมายของการพิมพ์ คือ การผลิตข้อความและภาพโดยใช้ตัวพิมพ์ แม่พิมพ์ หรือ แบบพิมพ์ ซึ่งถูกทาหรือฉาบด้วยหมึกแล้วกดทับลงบนวัสดุที่ต้องการพิมพ์ เช่นกระดาษ ผ้า และ ตามความหมายในพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 คือ การทำให้เป็นตัวหนังสือหรือรูปรอยอย่างใด ๆ โดยการกด หรือ การใช้พิมพ์หิน เครื่องกล วิธีเคมี หรือวิธีอื่นใดให้เกิดเป็นสื่อพิมพ์ขึ้นหลายสำเนา

วิวัฒนาการของการพิมพ์ เริ่มมาจากประมาณปี ค.ศ. 170 ซึ่งชาวจีนได้เริ่มมีการคัดลอกตำราและรูปโดยแกะสลักตัวอักษรและรูปบนแผ่นหินให้ส่วนที่เป็นตัวอักษรหรือลายเส้นนูนขึ้น หลังจากนั้นนำเอากระดาษมาทาบแล้วใช้ถ่านมาถูจนเกิดภาพตัวอักษรบนกระดาษ และต่อมาในประมาณปี ค.ศ. 400 ชาวจีนได้คิดค้นทำหมึกได้สำเร็จ จึงมีการนำเอาก้อนไม้หรือก้อนหินมาแกะทำเป็นแม่พิมพ์ ใช้จุ่มหมึกแล้วประทับบนกระดาษและวัสดุอื่น ๆ  หลังจากนั้นจึงมีการค้นคิดตัวพิมพ์อักษรใช้กันเรื่อยมา

ในปี ค.ศ. 1455 นายโยฮัน กูเตนเบิร์ก ได้ประดิษฐ์ตัวพิมพ์โลหะผสมได้สำเร็จรวมไปถึงเครื่องพิมพ์ หมึกพิมพ์ กระดาษที่ใช้พิมพ์ และกรรมวิธีในการพิมพ์อื่นๆ และเผยแพร่สู่ประเทศอเมริกา ที่นั่นเองที่มีการคิดค้นเครื่องเรียงตัวอักษร ซึ่งใช้ความร้อนหล่อตัวพิมพ์ เครื่องเรียงไลโนไทป์ ซึ่งจะทำการเรียงตัวอักษรทีละบรรทัด และเครื่องเรียงโมโนไทป์ ซึ่งเป็นเครื่องที่เรียงออกมาเป็นตัวต่อกันเป็นบรรทัด นิยมใช้ในงานทำแม่พิมพ์หนังสือ ใน ค.ศ. 1898 จึงมีตัวพิมพ์แบบเย็นขึ้นทำให้การทำแม่พิมพ์สะดวกขึ้น และมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ จนมีการคิดค้นประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ที่ป้อนกระดาษแบบเป็นม้วนได้สำเร็จ ซึ่งเหมาะสำหรับการพิมพ์งานที่มีปริมาณสูง ต้องการความรวดเร็ว เป็นรากฐานของโรงพิมพ์และการพิมพ์ในปัจจุบัน

ในที่สุดนายชาลส์ เนลสัน โจนส์ ได้ประดิษฐ์เครื่องพิมพ์สกรีนขึ้นสำเร็จ ทำให้การพิมพ์สกรีนผลิตงานรวดเร็วขึ้น มีการใช้อย่างกว้างขวางเนื่องจากต้นทุนต่ำและทำงานง่าย ซึ่งนำไปสู่การพิมพ์แบบดิจิตอล โดยใช้งานกับคอมพิวเตอร์ในในปัจจุบัน รวมไปถึงได้มีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องพริ้นเตอร์โดยใช้หลักการพิมพ์แบบต่างๆรวมไว้ในเครื่องเดียว ซึ่งมีทั้งขนาดที่ใช้ในสำนักงานและโรงพิมพ์ เช่น

  • การพิมพ์แบบถ่ายโอนความร้อน ซึ่งใช้ความร้อนทำให้หมึกพิมพ์หลุดไปเกาะติดกับวัสดุใช้พิมพ์จนเกิดเป็นภาพ
  • การพิมพ์แบบพ่นหมึก ซึ่งใช้หลักการพ่นหยดหมึกเล็กๆสร้างเป็นภาพบนวัสดุ
  • การพิมพ์แบบไฟฟ้าสถิตย์ ซึ่งใช้การสร้างภาพด้วยประจุไฟฟ้า เรียกอีกอย่างว่า เครื่องพิมพ์เลเซอร์

คุณภาพของงานพิมพ์

โรงพิมพ์

ในการพิมพ์งานใดๆก็แล้วแต่ ทุกคนล้วนต้องการคุณภาพของงานที่พิมพ์ออกมาทั้งสิ้น ไม่ว่างานพิมพ์ในครั้งนั้นจะมีขนาดเล็กน้อยหรือขนาดใหญ่เพียงใด สิ่งที่ทุกคนต้องการเหมือนๆกันนั่นก็คือคุณภาพของงานพิมพ์ที่ออกมานั่นเอง ดังนั้นในการพิมพ์งานใด ๆ ก็แล้วแต่ จึงควรคำนึงและระลึกไว้เสมอว่า การที่จะให้งานพิมพ์ที่ต้องการออกมาดีมีคุณภาพตรงตามที่ต้องการนั้น ประการแรกต้องเลือกโรงพิมพ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐานในการพิมพ์งานของท่าน เพราะถ้าเลือกโรงพิมพ์ในการพิมพ์งานผิด ก็อาจส่งผลให้งานพิมพ์นั้นๆเสียได้หรือต้องทำการพิมพ์ใหม่ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซากสิ้นเปลืองงบประมาณ ดังนั้นจะเห็นว่างานพิมพ์ของท่านจะออกมาดีนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกโรงพิมพ์ในขั้นแรก และโรงพิมพ์ที่เลือกต้องมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญชำนาญสูงในงานที่ต้องการพิมพ์
 

ความสำคัญของการพิมพ์งานหรือพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิดเริ่มขึ้นจากที่จุดใด? ความสำคัญของการพิมพ์งานทุกชนิดของสื่อสิ่งพิมพ์จะเริ่มต้น ตั้งแต่การออกแบบสิ่งที่จะพิมพ์ เพื่อให้ได้งานพิมพ์นั้นออกมาตามความต้องการ ไม่ว่าจะพิมพ์งานเล็กหรืองานใหญ่ เช่น การพิมพ์นามบัตร ซึ่งดูเหมือนเป็นการพิมพ์งานที่ง่ายๆ แต่ถ้าจะให้พิมพ์นามบัตรออกมาดูดีมีคุณค่านั้น ต้องมีการวางแผนวางรูปแบบ ทั้งขนาดของนามบัตร กระดาษที่จะใช้พิมพ์ การวางเลย์เอ้าท์ การเลือกสี การเลือกตัวหนังสือ และอีกหลายๆอย่าง จึงจะได้งานพิมพ์นามบัตรออกมาดูดีมีคุณภาพ ส่วนการพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทอื่น ก็ต้องพิจารณาไปตามเนื้องานแต่ละงาน ว่างานที่จะพิมพ์นั้นเป็นงานประเภทใด จะให้ออกมาในแนวไหน สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์รวมไปถึงความเชี่ยวชาญความชำนาญเฉพาะด้านมาพิจารณาประกอบการพิมพ์งาน ยิ่งเป็นงานที่มีความละเอียดสูงๆต้องการความแม่นยำสูง ต้องพิจารณาอย่างละเอียดในทุกจุด ซึ่งอาจถึงขั้นต้องมีการวางแผนในการดำเนินการพิมพ์งานชิ้นนั้นๆ ตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนถึงขั้นพิมพ์งานนั้นๆเสร็จ จนไปถึงการส่งมอบสื่อสิ่งพิมพ์นั้นกับลูกค้า จะเห็นว่าถ้าจะให้สื่อสิ่งพิมพ์ที่จะทำการพิมพ์นั้นออกมาดีและมีคุณภาพสูง ต้องพิถีพิถัน พิจารณาทุกๆส่วน รวมถึงการเลือกโรงพิมพ์ที่จะทำการพิมพ์งานนั้นๆ ถ้าเลือกโรงพิมพ์ผิด ก็อาจทำให้งานที่พิมพ์นั้นออกมาไม่ดี เสียทั้งเงินและเวลา หรืออาจต้องทำการพิมพ์งานนั้นใหม่ทั้งหมด
ดังนั้นจึงอาจจะสรุปได้ว่าการเลือกโรงพิมพ์คือประการด่านแรกสำหรับการพิมพ์งานประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด

© 2019 A MarketPress.com Theme